ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียเริ่มผิดตั้งแต่ขั้นแรกอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม


ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย

การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย หากเริ่มต้นด้วยการเลือกถังหรืออุปกรณ์ทันทีโดยยังไม่สำรวจปริมาณและลักษณะน้ำเสีย อาจทำให้ระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพและต้องเสียเงินแก้ไขภายหลังได้  ก่อนตัดสินใจลงทุนควรเริ่มจากการสำรวจข้อมูลจริง วิเคราะห์คุณภาพน้ำเสีย และกำหนดเป้าหมายของระบบให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดรูปแบบ ขนาด และกระบวนการบำบัดให้เหมาะสม หากเริ่มต้นผิดตั้งแต่การเก็บข้อมูลหรือการออกแบบ อาจทำให้ระบบมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินความจำเป็น

ก่อนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียควรรู้อะไรบ้าง?

การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียไม่ควรเป็นงานที่ตัดสินใจจากขนาดพื้นที่หรือราคาของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว เพราะระบบที่เหมาะกับบ้านพักอาศัยอาจไม่เหมาะกับร้านอาหาร โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม แม้จะมีปริมาณน้ำเสียใกล้เคียงกันก็ตาม ควรวิเคราะห์ตั้งแต่ต้นทางว่า น้ำเสียเกิดจากกิจกรรมใด มีสารปนเปื้อนประเภทไหน ปริมาณมากน้อยเพียงใด และต้องการคุณภาพน้ำหลังการบำบัดในระดับใด รวมถึงควรประเมินค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว โดยมีข้อควรรู้ต่าง ๆ ดังนี้

สำรวจแหล่งกำเนิดและลักษณะของน้ำเสีย

ก่อนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ควรเริ่มจากการสำรวจแหล่งกำเนิดน้ำเสียภายในพื้นที่ให้ชัดเจนก่อน ตั้งแต่จุดใช้น้ำ กระบวนการผลิต จุดล้างทำความสะอาด ไปจนถึงจุดรวบรวมน้ำเสียก่อนเข้าสู่ระบบ เพราะน้ำเสียแต่ละประเภทมีองค์ประกอบแตกต่างกัน เช่น น้ำเสียจากห้องน้ำจะมีลักษณะหนึ่ง ขณะที่น้ำเสียจากครัว ร้านอาหาร หรือกระบวนการผลิตในโรงงานอาจมีไขมัน สารอินทรีย์ ของแข็ง สารเคมี หรือสารปนเปื้อนอื่นในระดับที่แตกต่างกัน การสำรวจลักษณะนี้ช่วยให้ทราบว่าน้ำเสียเกิดจากกิจกรรมใด มีปริมาณมากน้อยเพียงใด และเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดบ้าง

ปริมาณน้ำเสียต้องคำนวณจากการใช้งานจริง

ปริมาณน้ำเสียเป็นข้อมูลพื้นฐานที่มีผลโดยตรงต่อการออกแบบระบบ เพราะถ้าระบบมีขนาดเล็กเกินไป น้ำเสียอาจไหลผ่านระบบเร็วเกินกว่าที่กระบวนการบำบัดจะทำงานได้เต็มที่ ในทางกลับกัน หากออกแบบใหญ่เกินความจำเป็น ก็อาจทำให้ต้องลงทุนกับถัง เครื่องสูบน้ำ เครื่องเติมอากาศ และอุปกรณ์อื่นมากกว่าที่ควร

คุณภาพน้ำเสียสำคัญไม่แพ้ปริมาณ

การรู้ว่าน้ำเสียมีปริมาณเท่าไรอาจยังไม่เพียงพอ เพราะน้ำเสียที่มีปริมาณเท่ากันอาจต้องใช้กระบวนการบำบัดแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างพารามิเตอร์ที่มักใช้พิจารณา ได้แก่ BOD ช่วยบอกปริมาณสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ, COD ใช้ประเมินปริมาณสารที่ต้องการออกซิไดซ์ทางเคมี

กำหนดคุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องการ

ระบบที่ดีต้องไม่ได้ตอบเพียงว่า “บำบัดน้ำเสียได้” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า บำบัดแล้วน้ำทิ้งมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานที่ใช้กับกิจการของตนเองก่อนออกแบบระบบ โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งโดยเฉพาะ

สำรวจพื้นที่ก่อนเลือกตำแหน่งติดตั้ง

พื้นที่ติดตั้งไม่ได้มีผลเฉพาะเรื่องความสะดวก แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเดินท่อ การเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุง ระดับพื้นที่ การระบายน้ำ และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

ตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเริ่มติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ควรตรวจสอบว่ากิจการอยู่ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดใดบ้าง รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการและการระบายน้ำทิ้ง

        การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและช่วยควบคุมต้นทุน ควรเริ่มต้นจากการสำรวจแหล่งกำเนิด ปริมาณ และคุณภาพของน้ำเสียอย่างละเอียดก่อน การออกแบบระบบควรพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน พื้นที่ติดตั้ง แนวท่อ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันควรตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานน้ำทิ้งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบรองรับข้อกำหนดของกิจการได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงที่จะต้องรื้อหรือแก้ไขโครงสร้างภายหลังก่อสร้างเสร็จ และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน และดูแลได้ง่ายในระยะยาว